วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556
เชน ฉุนเพื่อไทยขอปิดอภิปราย ทุ่มเก้าอี้กลางสภา
นายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ฉุน เพื่อไทย ขอปิดอภิปรายญัตติปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ยกเก้าอี้ 2 ตัวทุ่มกลางสภาฯ ... วันนี้ (5 ก.ย.56) เวลา 18.50 น. ที่รัฐสภา ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติปัญหาความเดือดร้อนประชาชนเรื่องราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ และค่าครองชีพราคาแพง นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นหารือว่า ได้รับแจ้งจากชาวประจวบคีรีขันธ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม มีการใช้แก๊สน้ำตา และมีอาวุธครบมือ อย่าทำปากว่าตาขยิบ ทำให้นายยุคคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกฯ และรมว.เกษตรฯ และรัฐมนตรีที่นั่งฟังอยู่ยกหูโทรศัพท์เช็กข้อมูล จากนั้นนายยุคคลชี้แจงว่า ได้สอบถามกับ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ แล้ว ทราบว่ามีประชาชนพยายามจะปิดถนน ขณะที่หน่วยปราบจลาจลพยายามขอร้องแล้ว แต่มีประชาชนบางส่วนพยายามจะทำผิดกฎหมาย แต่ยืนยันว่าไม่มีการใช้แก๊สน้ำตา แต่บรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นมา นายพายัพ ปั้นเกตุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอญัตติขอปิดการอภิปราย ทำให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นทักท้วงว่า ยังมี ส.ส.อีกหลายคนรอคิวพูดอีกมาก ขอให้เปิดอภิปรายต่อ ซึ่งนายวิสุทธิ์ พยายามไกล่เกลี่ย ขอให้นายพายัพ ถอนญัตติเพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านอภิปรายต่อ แต่นายพายัพ ยังคงยืนกรานตามที่เสนอ ทำให้นายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ลุกขึ้นยกเก้าอี้ 2 ตัว ทุ่มลงกลางห้องประชุม ท่ามกลางความตกตะลึงของ ส.ส.ที่นั่งอยู่ในห้อง จากนั้นนายเชน ได้เดินมาหน้าบัลลังก์พร้อมกับชี้นิ้วกราดโวยวายไปทั่วห้อง ซึ่งนายวิสุทธิ์กล่าวปรามให้ใจเย็น ๆ อย่าใช้อารมณ์ ทำให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้ามาดึงตัวไปนั่งสงบสติอารมณ์. ปชป.วอล์กเอ้าท์ไม่ร่วมสังฆกรรมญัตติแก้ยางตก ในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีการโต้เถียงกันไปมา และไม่สามารถตกลงกันได้ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้ลุกขึ้นกล่าวว่า หากเสียงข้างมาก จะใช้วิธีแบบนี้มาปิดปากเสียงข้างน้อย ไม่ให้นำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ดังนั้นพวกตนก็คงไม่ขอร่วมสังฆกรรมกับญัตตินี้อีก จากนั้น ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พากันลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินออกจากห้องประชุม อย่างไรก็ตามที่ประชุมเห็นชอบให้ปิดการอภิปราย โดยไม่มีผู้ใดเสนอเป็นอย่างอื่น และมีมติไม่ตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาปัญหาความเดือดร้อนประชาชนเรื่อง ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ และค่าครองชีพราคาแพง ด้วยคะแนน 279 ต่อ 0 งดออกเสียง 4 จากนั้น ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช วิปรัฐบาล เสนอขอเลื่อนเรื่องที่ค้างการพิจารณาเรื่องที่ 5.3 มาพิจารณาเป็นลำดับแรก คือให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งที่ประชุมให้ความเห็นชอบ จากนั้นประธานสั่งปิดประชุมเมื่อเวลา 20.25 น.
รองเท้าผ้าใบ
วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556
ตะลึง! ภาคเหนือตอนบนฆ่าตัวตายสูง สาเหตุหลักยอมเสียหน้าไม่ได้
แพทย์เผยผลวิจัย คนภาคเหนือตอนบนติดอันดับ "ฆ่าตัวตาย" สูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ เหตุห่วงหน้าตา ไม่กล้าบอกความต้องการ จนนำไปสู่โรคซึมเศร้า...
เมื่อวันที่ 3 ก.ย. นพ.ปริทรรศ ศิลปะกิจ นายกสมาคมสะมาริตันส์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เนื่องในวันที่ 10 ก.ย.ของทุกปี องค์การอนามัยโลก กำหนดให้วันดังกล่าวเป็นวันสำคัญคือ วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก และจากสถิติที่ผ่านมาพบว่า ทุกๆ วันจะมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จ 10 กว่าคน และในปี 2555 ที่ผ่านมา มีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ จำนวน 3,985 คน คิดเป็นอันตราเฉลี่ย 6 คนต่อประชากร 1 แสนคน และที่สำคัญพบว่าในเขตภาคเหนือตอนบน มีเหตุคนฆ่าตัวตายสูง เป็นลำดับต้นของประเทศ ติดต่อกันมาสิบกว่าปีแล้ว โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ มีประชาชนเกือบ 2 ล้านคน มีคนฆ่าตัวตายเฉลี่ยปีละ 14 คน ทางสมาคมสมาริตันส์เชียงใหม่ ซึ่งเป็นองค์กรการกุศล ที่ก่อตั้งมาตั้บแต่ปี 2531 ที่ให้การปรึกษาทางโทรศัพท์ โดยมีอาสาสมัคร 20 กว่า มาบริการปรึกษาให้คำแนะนำกับประชาชนที่มีปัญหาชีวิตที่หาทางออกไม่ได้ เพื่อลดปัญหาการฆ่าตัวตาย
นพ.ปริทรรศ กล่าววอีกว่า จากงานวิจัย ได้ศึกษาพบว่าคนในภาคเหนือตอนบนฆ่าตัวตายสูง มาจากบริบททางวัฒนธรรมคือ คนเหนือเป็นคนรักษาหน้า ไม่กล้าบอกความต้องการ หรือแสดงออก เมื่อหาทางออกไม่ได้จึงเกิดโรคซึมเศร้า และเมื่อกลายเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 80 เปอร์เซ็นต์ มีโอกาสจะฆ่าตัวตายสูง และพบว่าบุคคลที่ฆ่าตัวตายสูง จะอยู่ในระหว่างอายุ 15-39 ปี นอกนั้นยังพบว่า สาเหตุการฆ่าตัวตายรองลงมาคือ มีปัญหาเรื่องสุขภาพ และปัญหาทางเศรษฐกิจ แนวทางการรักษา ต้องให้ยาแผนปัจจุบันพร้อมกับรักษาทางจิตเวชควบคู่กันไปด้วย และทางสมาคมฯ ยังทำงานเชิงรุก เข้าไปประสานกับโรงพยาบาลชุมชนใน 25 อำเภอของ จ.เชียงใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า ได้เข้าถึงการรักษาและเป็นการป้องกันการฆ่าตัวตายได้อีกด้วย.
รองเท้าผ้าใบ
ฝรั่งเศสเผยหลักฐานซีเรียใช้อาวุธเคมี ชี้'อัสซาด'อยู่เบื้องหลัง
ฝรั่งเศสเปิดเผยรายงานสรุปจากหลักฐานการใช้อาวุธเคมีในซีเรียของหน่วยข่าวกรอง ระบุรัฐบาลบาชาร์ อัล-อัสซาด เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีที่เมืองหลวงซีเรียเมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน... สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่า ฝรั่งเศสเปิดเผยรายงานสรุปจากหลักฐานการใช้อาวุธเคมีในซีเรียของหน่วยข่าวกรองผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาล ระบุว่า ภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า การโจมตีมาจากพื้นที่ที่ฝ่ายรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด เป็นผู้ควบคุมอยู่ทั่งทางตะวันออกและตะวันตกของเมืองหลวงกรุงดามัสกัส โดยมีเป้าหมายที่เขตยึดครองของกลุ่มกบฏ ซึ่งต่อมาถูกปืนใหญ่และระเบิดถล่มหลายครั้งหลายครา เพื่อทำลายหลักฐาน การโจมตีในเขตชานกรุงดามัสกัสเมื่อวันที่ 21 ส.ค. สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยฝีมือของฝ่ายรัฐบาลอัสซาดเท่านั้น ซึ่งไม่เหมือนการใช้อาวุธเคมีปริมาณเล็กน้อยเพื่อจัดการผู้ก่อการร้ายก่อนหน้านี้ แต่การโจมตีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยึดคืนพื้นที่ บาชาร์ อัล-อัสซาด บาชาร์ อัล-อัสซาด รายงานระบุอีกว่า คลิปวิดีโอจากช่างกล้องสมัครเล่นซึ่งถ่ายเมื่อช่วงเช้าวันเกิดเหตุ และเผยให้เห็นผลกระทบต่อประชาชน ก่อให้เกิดอาการป่วยต่างๆ ได้รับการพิสูจน์โดยแพทย์ทหารของฝรั่งเศสแล้วว่าเป็นคลิปจริงไม่ใช่จัดฉาก ซึ่งแค่หลักฐานที่เป็นวิดีโอเพียงอย่างเดียวก็แสดงให้เห็นแล้วว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 281 ราย ส่วนตัวเลขที่แท้จริงอาจมีถึง 1,500 ราย นอกจากนี้ฝรั่งเศสยังมีหลังฐานอื่นๆ ซึ่งให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อสงสัยว่าอาจมีการใช้อาวุธเคมีโจมตีที่เมืองซาราคิบ และโจบาร์ ในเดือนเม.ย. และอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 280 คน รายงานสรุปด้วยว่า ฝรั่งเศสไม่เชื่อว่าฝ่ายต่อต้านจะมีขีดความสามารถเพียงพอ ที่จะลงมือปฏิบัติการขนาดใหญ่อย่างการใช้อาวุธเคมีได้ ทั้งนี้ ฝรั่งเศส หนึ่งใน 3 หัวเรือใหญ่ของประเทศตะวันตกร่วมกับอังกฤษและสหรัฐฯ ที่เป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องการใช้กำลังทหาร ลงโทษซีเรียกรณีใช้อาวุธเคมี กลายเป็นประเทศเดียวที่ยังไม่นำเรื่องนี้เข้าหารือลงมติในรัฐสภา ขณะที่สภาอังกฤษโหวตไปแล้วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ต้องประสบความพ่ายแพ้และอาจไม่ได้มีส่วนร่วมในการใช้กำลังทหารลงโทษซีเรียอีก จอห์น แมคเคน จอห์น แมคเคน ส่วนสหรัฐฯ ประธานาธิบดีบารัค โอบามากล่าวเมื่อวันเสาร์ ปฏิเสธเเรื่องการใช้ขีปนาวุธโจมตีซีเรีย และว่าการใช้กำลังทหารกับซีเรียต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสเสียก่อน ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่ารัฐบาลของโอบามาจะต้องประสบความพ่ายแพ่เช่นเดียวกับนายคาเมรอน อย่างไรก็ตาม หลังจากนายโอบามาเข้าหารือกับ จอห์น แมคเคน วุฒิสมาชิกจากพรรคริพับลิกัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นเวลา 1 ชั่วโมง นายแมคเคนแสดงความเห็นว่า เขาไม่คิดว่าสภาคองเกรสจะโหวตไม่เห็นด้วยกับการโจมตีซีเรีย เพราะจะกลายเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของประธานาธิบดี และสหรัฐอเมริกา และย้ำหากสภาต่อต้านการแก้ปัญหาซีเรียด้วยกำลังทหาร อาจหมายความถึงหายนะ.
รองเท้าผ้าใบ
แฉ! มะกันสอดแนมการสื่อสารปธน.บราซิล-เม็กซิโก
รายการทีวีบราซิลแฉ รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลังสอดแนมการสื่อสารของประธานาธิบดีของบราซิล และเม็กซิโก ส่งผลให้ทางการบราซิลเรียกตัวเอกอัครราชทูตสหรัฐฯเข้าพบทันที...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่า เกลน กรีนวัลด์ ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันและเป็นคอลัมนิสต์ให้กับหนังสือพิมพ์ 'เดอะ การ์เดียน' ของอังกฤษ ซึ่งเป็นผู้ได้รับเอกสารลับของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯจาก เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่เทคนิคของซีไอเอ เปิดเผยต่อ 'แฟนตาสติโก' รายการโทรทัศน์ช่วงดึกวันอาทิตย์ช่อง 'โกลโบ ทีวี' ของบราซิลว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) สอดแนมการสื่อสารของประธานาธิบดีบราซิลและเม็กซิโก
หนึ่งในเอกสารของเอ็นเอสเอ ที่ถูกเปิดเผยโดยนายกรีนวัลด์เป็นข้อมูลเมื่อ มิ.ย. 2012 หนึ่งเดือนหลังจากประธานาธิบดี เอ็นริเก เปญา เนียโต แห่งเม็กซิโกเพิ่งได้รับเลือกตั้ง โดยเอกสารบันทึกคำพูดของ นายเปญา เนียโต ซึ่งได้พูดถึงผู้ที่เขาจะเลือกให้เข้ามาอยู่ในคณะรัฐมนตรของเขา
ขณะเดียวกัน เอกสารดังกล่าวไม่ได้ระบุคำพูดที่เอ่ยโดยนาง ดิลมา รุสเซฟฟ์ ประธานาธิบดีเอาไว้อย่างชัดเจน แต่แสดงให้เห็นถึงกลวิธีที่เอ็นเอสเอใช้ เพื่อสอดแนมอีเมล์และการสื่อสารผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระหว่างนางรุสเซฟฟ์และที่ปรึกษาคนสนิทของเธอ
นายกรีนวัลด์บอกต่อ แฟนตาสติโก ว่า เอกสารระบุไว้อย่างชัดเจนว่ามีการสอดแนมเกิดขึ้น พวกเขาไม่ได้เอ่ยว่าพวกเขากำลังวางแผนอะไร แต่พวกเขาฉลองที่การสอดแนมประสบความสำเร็จ
ภายหลัง แฟนตาสติดโกรายงานข้อมูลนี้ออกมาเมื่อวันอาทิตย์ ทางการบราซิลได้เรียกตัวนาย โธมัส แชนนอน เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศบราซิลเข้าพบทันที ขณะที่นาย เอดูอาร์โด การ์โดโซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวยุติธรรมแห่งบราซิล กล่าวผ่านสถานีวิทยุ 'ซีเอ็นบี' ว่า หากรายงานของแฟนตาสติโกเป็นความจริง ก็ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก เพราะประเทศไม่อาจยอมรับการละเมิดอธิปไตยเช่นนี้ได้ ประเทศใดๆที่ถูกละเมิดอธิปไตยจะต้องตอบโต้ และใช้กฎหมายระหว่างประเทศเพื่อให้ทุกอย่างอยู่ถูกที่ถูกทาง
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างบราซิลและสหรัฐฯเริ่มมีรอยร้าว หลังจากก่อนหน้านี้มีรายงานเปิดเผยว่า บราซิลเป็นหนึ่งในประเทศที่ถูกสหรัฐฯสอดแนมมากที่สุด แต่โฆษกของประธานาธิบดีรุสเซฟฟ์ปฏิเสธไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข่าวล่าสุดนี้ ขณะที่ยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆจากทำเนียบขาวของสหรัฐฯเช่นกัน.
รองเท้าผ้าใบ
วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556
รวบหญิงอุซเบฯ ขู่บึมพลีชีพอาคารรัฐบาลนครดูไบ
เจ้าหน้าที่รวบตัวหญิงอุซเบฯ พร้อมลูกชาย บุกเข้าไปในอาคารสำนักงานอัยการประจำนครดูไบ ขู่บึมพลีชีพ ...
สำนัก ข่าวต่างประเทศรายงานเหตุการณ์ หญิงชาวอุซเบกิสถาน ซึ่งข่าวมิได้ระบุชื่อ ขู่จะก่อเหตุระเบิดพลีชีพในอาคารสำนักงานอัยการประจำนครดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อช่วงเย็น 1 ก.ย.
หลังหญิงคน ดังกล่าวเข้าไปในอาคารที่เกิดเหตุพร้อมกับบุตรชาย เพื่อเรียกร้องให้พนักงานอัยการของดูไบพิสูจน์ว่า นักโทษชาวซีเรีย ซึ่งถูกทางการดูไบควบคุมตัว เป็นบิดาของบุตรชายตน และขู่ว่าหากไม่มีผู้ใดจัดการคดีดังกล่าว ก็จะจุดชนวนระเบิดพลีชีพ ซึ่งติดอยู่กับเข็มขัดที่ถูกซุกซ่อนใต้ชุดยาวกรอมเท้าและผ้าคลุมหน้า อันเป็นเครื่องแต่งกายของสตรีชาวมุสลิมทั่วไป
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เวลาเกลี้ยกล่อมอยู่นานกว่า 13 ชม. หญิงคนดังกล่าวจึงยอมมอบตัวเมื่อช่วงเช้า 2 ก.ย. และเจ้าหน้าที่พบว่าเข็มขัดที่ใช้ในการข่มขู่เป็นเข็มขัดธรรมดา ไม่มีส่วนประกอบของวัตถุระเบิดแต่อย่างใด.
รองเท้าผ้าใบ
สุดเหลือเชื่อ! นักเรียนบุกกระทืบครูถึงห้องเรียน
สุดเหลือเชื่อ นักเรียนนักเลง บุกกระทืบครู ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ ถึงในห้องเรียน จนได้รับบาดเจ็บ พบประวัติทำตัวเป็นมาเฟีย ทำร้ายรุ่นน้องเรียกค่าคุ้มครอง... วันนี้ (2ก.ย.56) เวลา15.30 น. นายธวัช ฝ้ายเทศ อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 138/1 ซอยสุสานจีน ถ.หลวงพระเจ้า ต.เมืองสวรรคโลก อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เป็นอาจารย์หัวหน้าฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาสุโขทัย ต.ธานี อ.เมือง ในฐานะผู้เสียหาย พร้อมด้วย นายนพดล ทัพพันธ์ รองผอ.ฝ่ายพัฒนากิจการนักศึกษา และ นายปดิพัฒน์ คำอินทร์ อาจารย์หัวหน้าฝ่ายปกครอง ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุโขทัย ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.เชาวลิต แก้ววิเศษ ร้อยเวรฯสภ.เมืองสุโขทัย เพื่อเอาผิด นายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นักศึกษาชั้น ปวช.1 แผนกคหกรรมอาหาร ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ด้วยการกระโดดถีบเข้าที่สะโพกและต้นขาซ้าย จนได้รับบาดเจ็บ และมีแผลฉีกขาดที่นิ้วมือขวาอีกด้วย โดยนายธวัช เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 อาทิตย์ นายบี เคยมีปัญหากับตนมาแล้ว เนื่องจากเตะฟุตบอลไปถูกอาจารย์หญิงท่านหนึ่ง แล้วตนเห็นเหตุการณ์พอดี จึงว่ากล่าวตักเตือน พร้อมให้ขอโทษอาจารย์หญิงท่านนั้น ทำให้คู่กรณีเกิดความไม่พอใจ ถึงขั้นจะวิ่งเข้ามาชกต่อยตน โชคดีที่อาจารย์และนักศึกษา ช่วยกันห้ามเอาไว้ ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ขณะที่ตนกำลังยืนสอนวิชากฏหมาย ให้กับนักศึกษาอยู่ ที่ห้อง 133 อาคาร 1 ชั้น 3 นายบี ได้วิ่งเข้ามาในห้องเรียน พร้อมกับกระโดดถีบเข้าที่ต้นขาซ้ายอย่างแรง จนกางเกงยังมีรอยรองเท้าติดอยู่ ตนได้แต่คว้าโต๊ะทำงานในห้องเรียนมาขวางเพื่อป้องกันคนเอง แต่ก็ยังไม่วายโดนถีบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนโต๊ะกระแทกนิ้วมือข้างขวาฉีกได้รับบาดเจ็บและโต๊ะพังเสียหายไปด้วย ท่ามกลางความตกตะลึงของนักศึกษาทั้งห้อง ที่ไม่เคยเห็นลูกศิษย์ในคราบนักเลงไล่ถีบอาจารย์แบบนี้มาก่อน จนกระทั่งนายปดิพัฒน์ คำอินทร์ อาจารย์หัวหน้าฝ่ายปกครอง ทราบเรื่องรีบเข้ามาห้ามก่อนที่ทางวิทยาลัยฯจะโทรแจ้งตำรวจ มาควบคุมตัวนายบี ไปโรงพักทันที สำหรับสาเหตุในการลงมือครั้งนี้ นั้น อาจารย์ผู้โชคร้าย คาดว่าน่าจะเกิดจาก เหตุการณ์ที่ นักเรียนนักเลงรายนี้ จะชกตนเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน และทางวิทยาลัยฯเห็นสมควรให้คัดชื่อออก เนื่องจากประพฤติตัวเกเร ทำตัวเป็นมาเฟียในวิทยาลัยฯ คอยรีดไถเงินจากนักศึกษารุ่นน้อง ซ้ำยังก่อคดีวิวาทและทำร้ายร่างกายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 คดี และไม่เคยเข้าเรียนเลย ทั้งๆที่อยู่มา 4 ปีแล้ว ก็ยังเรียนซ้ำชั้น ปวช.1 อยู่ นายบี คงเกิดความแค้นคิดว่า ตนเป็นผู้เสนอให้ทางวิทยาลัยคัดชื่อออก จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ตนขอยืนยันว่า ไม่เคยคิดร้ายต่อลูกศิษย์เลย เรื่องที่วิทยาลัยฯคัดชื่อออกนั้นเพราะ ทางวิทยาลัยฯให้โอกาสปรับปรุงพฤติกรรมมาแล้วหลายครั้ง ส่วนเรื่องคดีที่เกิดขึ้น ตนขอยืนยันว่า จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพราะนักเรียนนักเลงรายนี้ ไม่เคยเห็นตนเองเป็นครูบาอาจารย์เลย ถ้าวันนี้เขามีปืนมาด้วย คงถูกยิงตายไปแล้ว
รองเท้าผ้าใบ
ยายพร้อมอ้าแขนรับ ยุ้ย รจนา กลับบ้าน
ยาย พร้อมอ้าแขนรับ ยุ้ย รจนา อดีตซุปเปอร์โมเดล ระดับโลก กลับบ้าน รับสงสารตัวคนเดียว พ่อ-แม่-พี่ชาย ก็ไม่สนใจ ล่าสุด รพ.ใน จ.อุบลราชธานี พร้อมรับรักษาตัว...
วันนี้ (2 ก.ย.56) ความคืบหน้ากรณี น.ส.รจนา เพชรกัญหา หรือ ยุ้ย รจนา อดีตซูเปอร์โมเดลระดับโลก ตกอับ กลายเป็นคนเร่รอนและติดสุรา จนมีอาการทางประสาท ล่าสุด เวลา 13.00 น. วันนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านคุณยายดี กอแก้ว อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 7 บ้าน ไผ่ ตำบลกลางใหญ่ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นป้าของ อดีตซูเปอร์โมเดลระดับโลก ซึ่งเคยมีรายได้ต่อปี ร่วม 50 ล้านบาท ได้นำรูปของหลานสาว ที่เคยถ่ายสมัยที่มีชื่อเสียงมาดู หลังจากที่ทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่า หลานสาว กลายเป็นคนเร่รอนเสียสติอยู่แถวถนนเพชรเกษม กทม. ด้วยความเป็นห่วง
โดย คุณยายทองดี เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ที่เลี้ยง ยุ้ย มาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ หลังจากที่พ่อกับแม่ของอดีตซุปเปอร์โมเดล แยกทางกัน จน น.ส.รจนา เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนบ้านไผ่ แม่ก็ได้มารับตัวไปอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ ไปทำงานที่ร้านเสริมสวย หลังจากนั้นได้ทราบข่าวว่า หลานสาวได้เป็นนางแบบอยู่ต่างประเทศ มีเงินมีทอง ผ่อนบ้านผ่อนรถ อยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ไม่เคยติดต่อกลับมาที่บ้านเลยในช่วงที่มีชื่อเสียงและมีเงินทอง
จน กระทั่งช่วงโรยรา จึงได้เดินทางกลับมาหาตนอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนั้นมีอาการติดยาเสพติดและติดสุรา จนเกิดอาการทางจิต ต้องส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ อ.เมืองอุบลราชธานี จนหายกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไป แต่ก็มีเพื่อนที่กรุงเทพฯ โทร.มาหา บอกมีงานให้ทำแล้ว หลานสาว จึงได้บอกว่า จะกลับไปทำงานและจะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี และจะตั้งหน้าตั้งตาทำงาน
ซึ่ง หลังจากที่ ยุ้ย รจนา กลับไปทำงานก็ไม่ได้กลับมาอีก และก่อนที่จะเป็นข่าวครึกโครมนั้น หลานสาว ได้โทร.หาพี่ชายบอกว่า จะขอไปอยู่ด้วยชั่วคราว 2-3 วัน จากนั้น จะลงไปหาแม่ที่ภาคใต้ แต่ยังไม่ทันได้ไป หลานสาวก็มาเกิดมีอาการทางจิต จนเป็นข่าวดังกล่าว
ตน เองรู้สึกสงสารหลานสาวเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้ไม่มีที่พึ่ง ครอบครัวต่างคนต่างอยู่ เข้ากับใครก็ไม่ได้ พ่อก็ไปอยู่ด้วยไม่ได้ เพราะไปผิดใจกับแม่เลี้ยง ส่วนแม่ก็ไปบวชชีที่ภาคใต้ ติดต่อกันไม่ได้ ส่วนพี่ชายก็ไม่ถูกกัน เนื่องจากไปด่าพี่สะใภ้ ตอนนี้ยุ้ย ไม่มีที่พึ่งไม่มีทรัพย์สินไม่มีบ้านอยู่อาศัย ในส่วนของครอบครัวของยาย ลูกชายของยาย บอกว่าไม่ให้ไปยุ่ง แต่ยายเลี้ยงดูได้ มีความผูกพัน เขาไม่มีที่อยู่อาศัย ก็ต้องรับเขากลับมาดูแล
นอกจากนี้ ล่าสุด ทางหน่วยงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกลางใหญ่และโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ติดต่อมาว่า ยินดีรับตัวกลับมารักษาเหมือนเดิม เรื่องรับตัวกลับมาต้องคุยกับทางครอบครัวยายก่อน แต่ยายไม่ทิ้งหลานขอให้หลานกลับตัวกลับใจไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด ตั้งใจทำมาหากินยินดีรับกลับมาอยู่กับครอบครัวเช่นเดิม.
รองเท้าผ้าใบ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)