วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2557

ปั่นเกมการเมือง 'เบิร์ด' เป็นเหยื่ออีกราย




การเมืองต้องจับตาดูให้ดีๆ อันไหนจริงหรือเท็จ หลงเชื่อง่ายๆ ก็อาจจะเป็นเหยื่อของพวกหวังผลประโยชน์ได้ เกมการเมืองยังมีทีท่าจะร้อนแรง ต่างฝ่ายต่างหาแนวร่วมเพื่อดึงมวลชนมาอยู่ข้างตัวเอง ล่าสุดนักร้องซุปตาร์ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ โดยพิษตัดต่อภาพ คาดว่าจะหวังผลเพื่อให้สนับสนุนการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยทางต้นสังกัดแกรมมี่ ได้รีบเช็กข้อมูล แล้วยืนยันเลยว่าเป็นภาพเก่านานแล้ว ที่เบิร์ดชวนให้ออกมารณรงค์การเลือกตั้ง.

รองเท้าผ้าใบ

เฝ้า24ชั่วโมง! รอลุ้น'หลินฮุ่ย'ใกล้คลอดเต็มแก่




แพนด้าหลินฮุ่ย ส่งสัญญาณใกล้คลอด ระดับฮอร์โมนลดลงตามลำดับ ทีมสัตวแพทย์ร่วมลุ้น 24 ชั่่วโมง รับโอกาสเกิดแพนด้าน้อยมีตลอดเวลา ...

เมื่อ เวลา 01.00 น. วันที่ 10 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพนหลินฮุ่ยซึ่งอุ้มท้องได้ 103 วันได้ลุกขึ้นมาเดินกระวนกระวายไปมาในบริเวณคอกกัก และได้พยายามคาบกิ่งไผ่ ใบไผ่ รวมทั้งไม้ผุๆ มาทำรัง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำไว้ทั้งในคอกกักจำนวน 2 รัง และส่วนจัดแสดงด้านนอก 1 รัง แต่รังที่ 4 ทำบริเวณที่นอนประจำของหลินฮุ่ย ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับทีมพี่เลี้ยงที่เฝ้ารอดูตลอด 24 ชั่วโมง โดยต่างลุ้นกันว่าหลินฮุ่ยจะคลอดเวลาใด แต่เมื่อทำรังเสร็จ หลินฮุ่ยกลับนอนยาว ตื่นเช้ามา ก็ลุกมาเดินสำรวจรังที่สร้างไว้ ซึ่งทางทีมพี่เลี้ยงได้ทำการเก็บน้ำ ปัสสาวะของหลินฮุ่ยนำมาตรวจ พบว่าฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนลดลงเหลือ 171 นาโนกรัม หากลดลงมากกว่านี้ก็แสดงว่าใกล้คลอดเต็มทีแล้ว


ต่อ มาเมื่อเวลา 14.30 น. ที่สโมสรแพนด้า สวนสัตว์เชียงใหม่ นายสัตวแพทย์ ดร.บริพัตร ศิริอรุณรัตน์ หัวหน้าคณะทำงานผสมพันธุ์แพนด้า แถลงข่าวความคืบหน้าของแพนด้าหลินฮุ่ยว่า ในวันนี้หลินฮุ่ยทำรังที่ 4 ของตัวเองโดยทางทีมงานได้นำไม้ และกล่องกระดาษที่ดูแล้วไม่เป็นอันตรายไปวางไว้ให้หลินฮุ่ยนำไปทำรัง และทางตนได้สั่งให้เข้าทำความสะอาดที่อยู่หลินฮุ่ย ให้สะอาดตลอด และในช่วงที่หลินฮุ่ยทำรัง ก็จะทดลองนำกาบต้นหมากและใยมะพร้าวไปวางไว้ให้ เพื่อให้นำไปทำรัง

นายสัตวแพทย์ ดร.บริพัตร กล่าวต่อว่า สำหรับพฤติกรรมทั่วไปในตอนเช้าวันนี้หลินฮุ่ยก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการนอนใน ส่วนจัดการแสดง โดยจะหลับๆ ตื่นๆ เป็นอาการของหมีท้องปกติไม่ให้ทางเราได้กังวล แต่ก็ยังไม่มีพฤติกรรมหวือหวาให้เห็น เช่น การเลียและการเบ่ง สำหรับผลการฮอร์โมนฯ เก็บปัสสาวะได้ 2 ครั้ง ในช่วงตี 5 และ 9 โมงเช้า ค่าเฉลี่ยของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเหลืออยู่ที่ 171 นาโนกรัม ในด้านของทีมสัตวแพทย์ยังถือว่าสูงอยู่ ตัวอ่อนก็พัฒนาเรื่อยๆ ในครรภ์ ยังไม่มีทีท่าส่งสัญญาณสิ้นสุดของการตั้งท้อง ก็คงต้องเฝ้าดู ตนก็ดีใจที่เห็นทีมพี่เลี้ยงสามารถทำงานกับหลินฮุ่ยได้ และสามารถเข้าเก็บตัวอย่างปัสสาวะได้ทุกๆ วัน ในด้านการทำอัลตร้าซาวด์ ก็รอเครื่องที่มีคุณภาพสูงที่กำลังเดินทางมาถึงในวันที่ 13 ม.ค.นี้ หากนำมาใช้ก็จะได้เห็นภาพที่ชัดเจนตามเป้าหมาย เมื่อแน่ชัดแล้วจะไม่มีการทำอัลตร้าซาวด์อีก


"สำหรับ ความหวัง ที่จะได้แพนด้า ยังคงมีความหวังสูงถึงแม้ที่ผ่านมาจะสะดุดบ้างแต่ก็สามารถผ่านจุดนั้นมาแล้ว และไม่มีสัญญาณใดๆ บ่งบอกว่าการตั้งครรภ์ในครั้งนี้จะไม่ประสบความสำเร็จ ในขณะนี้ก็ใกล้เข้ามาทุกทีเหมือนช่วงที่ตอนเกิดหลินปิง แล้วรอเพียงแต่ฮอร์โมนฯ นับจากวันนี้เป็นต้นไปโอกาสที่จะเกิดเป็นไปได้ทุกเวลาแต่จะคลอดที่รังไหนรัง หนึ่งใน 4 รังนี้" หัวหน้าคณะทำงานผสมพันธุ์แพนด้า กล่าว.

รองเท้าผ้าใบ

วันอังคารที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2557

ปปช.แจ้งข้อกล่าวหา 308 ส.ส.,ส.ว.ปมที่มาส.ว.แต่'ยิ่งลักษณ์'รอด!




ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหา 308 ส.ส.สว. รอด 73 คนนายกฯรวมด้วย เมิน พท.เอาผิดม.157
วัน ที่ 7 ม.ค. เมื่อเวลา 16.40 น. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยนายวิชา มหาคุณ ในฐานะโฆษกปปช. และนายประสาท พงษ์ศิวาภัย รองโฆษกปปช. ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้า การไต่สวนคดี การถอดถอนสมาชิกรัฐสภา จำนวน 381 คน ที่ลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่มา ส.ว.โดยมิชอบ
โดย นายวิชา กล่าวว่า ที่ป.ป.ช.ประชุมพิจารณาในวันนี้ ช้ากว่าเวลาที่นัดแถลงข่าวนานนั้น เพราะเมื่อวานมีผู้ร้องต่อ ป.ป.ช. หลายประเด็น ซึ่งทำให้ ป.ป.ช.นำประเด็นเหล่านั้น มาพิจารณาก่อน ซึ่งมีผล ดังนี้ 1.มีผู้ร้องว่าตนและนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. ไม่ควรที่จะร่วมเป็นกรรมการในการรับผิดชอบสำนวนคดีนี้ เพราะเกรง ว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งป.ป.ช.ได้พิจารณาตามมาตรา 46 ของกฎหมายป.ป.ช.ว่า เข้าเหตุ หรือไม่ ที่สุดแล้วที่ประชุม ป.ป.ช.ยกเว้นตน และนายภักดี มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นตรงกันว่า ไม่เข้าเหตุ ตามมาตราดังกล่าว  2.คำร้องที่ว่า สมาชิกรัฐสภาไม่ใช่เจ้าพนักงานตาม ป.วิอาญา นั้น ป.ป.ช.ได้พิจารณาตามมาตรา 123/1 ซึ่งสมาชิกรัฐสภา มีฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนที่บอกว่า การทำหน้าที่ของป.ป.ช. เร่งรีบในการไต่สวนนั้น เป็นเพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ที่ระบุว่า การไต่สวนต้องทำให้รวดเร็ว
“การพิจารณาการร้องถอดถอนเฉพาะหน้าที่ของ ป.ป.ช. คือ การไต่สวนตามคำร้องที่ประธานวุฒิสภา ส่งมา ว่า มีการกล่าวหาบุคคลว่า มีใครได้บ้าง ป.ป.ช.ไม่สามารถที่จะไปไต่สวนเพิ่มเติม จากที่วุฒิสภา ส่งมาได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญได้กำหนดเอาไว้ชัดเจน” นายวิชากล่าว
ด้าน นายประสาท กล่าวว่า จากพยานหลักฐานที่ได้จากศาลรัฐธรรมนูญ และพยานหลักฐานจากสำนักงานเลขาธิการสภา และพยานหลักฐานอื่นๆ ป.ป.ช.ที่มีองค์คณะจำนวน 9 คน ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงมีมติแจ้งข้อกล่าวหาแบ่งตามกลุ่มดังนี้
กลุ่ม แรกเห็นว่า กลุ่มแรก ส.ส.และส.ว. ที่ร่วมกันเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เข้าร่วมประชุมพิจารณาลงมติให้ความเห็นชอบทั้ง 3 วาระ จำนวน 293 คน อยู่ในข่าย ที่จะแจ้งข้อกล่าวหา
กลุ่มที่ 2 ส.ส.และส.ว. ที่ร่วมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ร่วมลงมติในวาระที่ 1 2 หรือ 3 หรือ 3 วาระ แต่ไม่ได้ร่วมอยู่ในกระบวนการทั้งหมด ซึ่งก็คือไม่ได้ร่วมเสนอญัตติ จำนวน 15 คน อยู่ในข่ายแจ้งข้อกล่าวหา เช่นกัน ดังนั้น ป.ป.ช.จะแจ้งข้อกล่าวหา รวมจำนวน 308 คน ส่วน ส.ส.และส.ว. อีกจำนวน 73 คนนั้น ไม่อยู่ในข่ายที่จะแจ้งข้อกล่าวหา เพราะใช้เอกสิทธิ์ตามมาตรา 130 ที่ส.ส.และส.ว.สามารถใช้ดุลพินิจดำเนินการได้
“แต่เหตุที่ดำเนินการ 308 ท่าน เพราะมีส่วนในการรับรู้ เรื่องการเสนอ ร่างรธน.ในเบื้องต้น และมาพิจารณาในวาระที่ 1-2-3 หรือ 3 วาระ ซึ่งถือว่า พฤติกรรมมีมูลเพียงพอ ที่จะแจ้งข้อกล่าวหา ไม่สามารถ อ้าง มาตรา 130 มาหักล้างได้”
นายวิชา กล่าวว่า ส.ส.และ ส.ว.ที่ไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา แยกเป็น 2 กลุ่ม คือ ส.ส.และส.ว.จำนวน 65 คนที่ลงมติเฉพาะวาระที่ 3 เท่านั้น ไม่ได้ร่วมเสนอร่าง ไม่ได้ลงวาระที่ 1 และ 2 ซึ่งปปช.มีมติ 7 ต่อ 2 ว่า กลุ่มนี้ไม่ปรากฏพฤติกรรมการกระทำความผิดชัดเจนเพียงพอ ประกอบกับเอกสิทธิ์ รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 130 จึงถือว่า คำร้องไม่มีมูลและตกไป ซึ่งในส่วนนี้ มีนายกรัฐมนตรี ด้วย ขณะที่อีกจำนวน 8 คน ที่ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ว่า ส.ส.และส.ว.ไม่ได้ร่วมเสนอร่างนี้เลย และไม่ได้ลงมติในวาระที่ 3 ด้วย ซึ่งถือว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง
นายวิชา กล่าวว่า การพิจารณาของป.ป.ช.มีพื้นฐานมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็น การปลอมเอกสารตามที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ชี้ขาดไว้ ซึ่งผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา จำนวน 308 คนจะต้องมาแก้ข้อกล่าวหา ต่อปปช.ต่อไป เบื้องต้น ในวันที่ 15-17 มกราคมนี้ ป.ป.ช.จะตั้งโต๊ะ เพื่อให้ผู้ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา มารับฟังข้อกล่าวหา ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย จะดำนินการเอาผิดตามมาตรา 157 กับกรรมการ ป.ป.ช.นั้น สุดแล้วแต่ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไป

รองเท้าผ้าใบ

ปชป. เปิดพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย




"พรรค ปชป." เปิดพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย มุ่งเน้นขจัดคอร์รัปชัน ลดอำนาจนักการเมือง ลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมผลักดันมาตรการให้สามารถบังคับใช้ได้ทันทีในอนาคต...

วัน ที่ 7 ม.ค. 57 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรค นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย ร่วมกันแถลงเปิดพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย "ขจัดคอร์รัปชัน มุ่งมั่นปฏิรูป" ที่หอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร


นาย อภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เสนอพิมพ์เขียวการปฏิรูปประเทศที่ครอบคลุมทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม แบ่งเป็น 7 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการขจัดและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ด้านการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ปฏิรูปด้านระบบราชการและการกระจายอำนาจ ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านการศึกษา และปฏิรูปสื่อมวลชน ซึ่งจากนี้ไปพรรคประชาธิปัตย์จะรวบรวมประเด็น วิเคราะห์ และหามาตรการการแก้ไขปัญหา และเชิญชวนประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจังในทุกๆ ด้าน


นาย อภิสิทธิ์ ยังระบุว่า สำหรับปัญหาการคอร์รัปชัน ถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูป จึงจำเป็นต้องปฏิรูปก่อน เพราะปัญหาคอร์รัปชันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสการแข่งขันใน ทุกๆ ด้าน ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีมูลค่าการสูญเสียจากคอร์รัปชันมากถึง 3 แสนล้านบาท ที่สำคัญปัญหาการคอร์รัปชันที่เกิดขึ้น กำลังทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสในการแข่งขัน การรับการลงทุนในอาเซียนที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีหน้า ที่ผ่านมาต่างชาติได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือด้านการต่อต้านคอร์รัปชันมาโดย ลำดับ จากที่เคยเป็นประเทศที่น่าลงทุนอันดับที่ 2 ของอาเซียน ตอนนี้ตกมาอยู่ลำดับที่ 4


สำหรับ ในปัจจุบัน การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทย ส่วนใหญ่มาจากการทุจริตเชิงนโยบาย การปล้นทรัพยากร การฮั้วประมูล การซื้อความได้เปรียบ ซื้อความสะดวก ซื้อผิดเป็นถูก ฉะนั้นมาตรการที่จะขจัดปัญหาการคอร์รัปชันได้ มี 4 ด้าน คือ ป้องกัน โปร่งใส ปลูกจิตสำนึก และปราบปราม ด้านการปราบปรามนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ไม่มีหมดอายุความ เพิ่มอำนาจ ป.ป.ช. ในการสืบสวน เพิ่มบทบาท สตง. และผู้ตรวจการแผ่นดิน และต้องมีการตรวจสอบภาษีย้อนหลังของนักการเมือง ผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานรัฐ


ด้านการป้องกันนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกฎหมาย พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของข้าราชการ พศ. ... มีกฎหมายการจัดซื้อ จัดจ้าง เพื่อควบคุมการตั้งราคากลาง และให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม ไม่ต้องมีการจ่ายใต้โต๊ะ และต้องลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจให้กับประชาชน/ห้ามเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมดำรงตำแหน่ง เป็นกรรมการในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และต้องจัดให้มีการประเมินความเสี่ยงของการคอร์รัปชันของนโยบายและโครงการ ขนาดใหญ่


ส่วน มาตรการด้านความโปร่งใสนั้น จะต้องจัดให้มีข้อตกลงคุณธรรมในการจัดซื้อ จัดจ้าง ในทุกขั้นตอนต้องมีผู้ตรวจสอบอิสระ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสให้มากขึ้น เพิ่มมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลของรัฐวิสาหกิจให้เทียบเท่ากับบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์/ต้องแก้กฎหมายข้อมูล ข่าวสารของข้าราชการให้สามารถตรวจสอบข้อมูลข้าราชการได้ง่ายขึ้น สุดท้ายต้องเพิ่มความเข้มข้นในการเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สิน และผลประโยชน์ทางธุรกิจของผู้บริหารระดับสูง


สุด ท้าย มาตรการด้านการปลูกฝังนั้น การปฏิรูปจะต้องขยายผลหลักสูตร โตไปไม่โกง สนับสนุนการวิจัยที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งหน่วยงานเฝ้าระวัง ด้านคอร์รัปชัน รวมถึงจะต้องจัดตั้งกองทุนสนับสนุนการต่อต้านการคอร์รัปชันด้วย ทั้งหมดนี้ หากพรรคประชาธิปัตย์ได้กลับเข้าไปบริหารประเทศ หรือกลับเข้าไปทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง จะเร่งผลักดันในเรื่องดังกล่าว เพราะสามารถทำให้เป็นรูปธรรมได้ทันที ส่วนการปฏิรูปอีก 6 ด้านที่เหลือ พรรคประชาธิปัตย์จะแถลงในโอกาสต่อไป


ทั้ง นี้ ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์กล่าวเปิดงาน ได้เกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อชายวัยกลางคนได้ลุกขึ้นเป่านกหวีด พร้อมชูป้าย RESPECT MY VOTE  และตะโกนไม่เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูปของพรรค พร้อมถามว่า คุณยังกล้าปฏิรูปหรือ? ประชาชนไม่เอาคุณแล้ว คุณข่มขู่คุกคามคนอื่นได้ แต่คนอื่นทำไรคุณไม่ได้ จนฝ่ายรักษาความปลอดภัยต้องเชิญตัวออกไป.
 

ส่อวุ่น! 87ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ ขาดคุณสมบัติ




"ภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง" เผย 87 ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จาก 25 พรรคการเมืองขาดคุณสมบัติ แนะยื่นศาลฎีกาให้ตรวจสอบและวินิจฉัยภายใน 7 วัน
วันที่ 7 ม.ค. 57 นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามการสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พบว่ามีผู้สมัครจำนวน 87 รายจาก 25 พรรคการเมืองขาดคุณสมบัติ แบ่งเป็นขาดคุณสมบัติจากการไม่ใช้สิทธิเลือกตั้ง 60 ราย เป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่ครบ 30 วัน 25 ราย อยู่ระหว่างการเพิกถอนสิทธิ์ 1 ราย และอายุไม่ครบ 25 ปีบริบูรณ์ 1 ราย
โดย ในจำนวนนี้มีผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยจำนวน 4 คน คือนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายจรัล ดิษฐาอภิชัย พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน และนายถาวร ตรีรัตณรงค์ พรรคภูมิใจไทย 7 คน เช่น นายศุภชัย ใจสมุทร พรรคชาติพัฒนา 2 คน พรรคชาติไทยพัฒนาจำนวน 4 คน
โดย กกต.แนะนำให้ผู้ขาดคุณสมบัติทั้งหมดใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาของ ส.ว.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งให้ตรวจสอบและวินิจฉัยภายใน 7 วัน ส่วนการดำเนินคดีกับผู้สมัครและผู้เกี่ยวข้องจะมีการพิจารณาในข้อกฎหมาย และฐานความผิดหลังมีข้อยุติในชั้นการพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว

ทั้งนี้ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมตรี มีมติกู้เงินเพื่อดำเนินโครงการจำนำข้าวเพิ่มเติมว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 181 ระบุชัดให้ ครม.ต้องแจ้งต่อ กกต.เพื่อพิจารณา เพราะเข้าข่ายโครงการ ที่มีผลผูกพันกับรัฐบาลชุดต่อไป และต้องขอความเห็นชอบจาก กกต.ก่อน แต่ขณะนี้ ยังไม่มีการทำเรื่องแจ้งมายัง กกต. นอกจากนี้ หากมีการใช้งบกลางในการดำเนินการใดๆ ก็ต้องขอความเห็นชอบจาก กกต.เช่นกัน

ส่วน กรณีที่ กปปส.ประกาศตั้งเวทีการชุมนุม ที่ถนนแจ้งวัฒนะ ห้ามข้าราชการในศูนย์ราชการทำงานนั้น ทาง กกต.ได้เตรียมแผนและสถานที่ทำงานรองรับแล้ว โดยจะเปิดเผย ข้อมูลวันศุกร์ที่จะถึงนี้ โดยยืนยันว่า กกต.มีความพร้อมในการทำหน้าที่ และมั่นใจว่า การเลือกตั้งในไทยจะไม่เหมือนบังกลาเทศ
ซึ่ง กกต. มีมติให้ใช้รูปแบบการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ ภายใต้สโลแกน รู้หน้าที่ รักษาสิทธิ โดยสุจริตและเที่ยงธรรม เน้นการสื่อสารทางการเมือง 4 ด้าน คือ ความเป็นกลาง ความเป็นมืออาชีพ ยึดกฎหมายในการปฏิบัติงานและไร้ความรุนแรง พร้อมขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐปลดป้าย งดสื่อโฆษณาทุกรูปแบบซึ่งปรากฏรูปภาพนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ออกทั้งหมด ป้องกันการร้องเรียนเรื่องทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

รองเท้าผ้าใบ

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557

พม.มอบของขวัญวันเด็กให้เหยื่อไฟใต้ 3 จังหวัด




พม. จับมือ ศอ.บต. จัดโครงการ "จักรยานปั่นรัก พม. มอบของขวัญวันเด็ก ให้น้องจังหวัดชายแดนใต้" มอบจักรยานแก่เด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และเด็กผู้ด้อยโอกาส ในจังหวัดปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส จำนวน 500 คัน...
เมื่อ เวลา 10.00 น. วันที่ 6 ม.ค. 56 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จัดโครงการ "จักรยานปั่นรัก พม. มอบของขวัญวันเด็ก ให้น้องจังหวัดชายแดนใต้" โดยมี นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดงาน ณ สนามกีฬากลาง จังหวัดปัตตานี

นายวิเชียร กล่าวว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นหน่วยงานที่ต้องทำงานทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ ซึ่งจากรายงานข้อมูล มีจำนวนเด็กกำพร้ามากกว่า 10,000 คน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลเด็กและเยาวชน ต้องการให้เด็กทุกคนมีความสุข ทั้งที่อยู่ที่บ้าน ที่โรงเรียน และที่อื่นๆ เพราะเด็กเป็นอนาคต และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติที่ต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือ และเอาใจใส่จากครอบครัว ชุมชน หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และ ศอ.บต. จึงได้จัดทำโครงการ "จักรยานปั่นรัก พม. มอบของขวัญวันเด็ก ให้น้องจังหวัดชายแดนใต้" โดยนำรถจักรยานมามอบให้กับเด็กๆ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา จังหวัดละ 500 คัน รวมทั้งสิ้น 2,000 คัน ซึ่งของขวัญชิ้นพิเศษนี้ จะเป็นของขวัญเนื่องในโอกาสปีใหม่ และสัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ ที่จะมาถึงในวันเสาร์ที่ 11 มกราคมนี้

นายวิเชียร กล่าวเพิ่มเติมว่า เด็กๆ บางคนต้องเดินเท้าไปโรงเรียน และบ้านอยู่ห่างไกลจากโรงเรียน ซึ่งเด็กบางคนไม่เคยมีโอกาสร่วมกิจกรรมในวันเด็ก กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จึงได้จัดกิจกรรมที่เหมาะสมให้แก่เด็ก เพื่อให้เด็กได้รับความสนุกสนาน และได้มีโอกาสเจอเพื่อนต่างโรงเรียน และสำหรับการจัดโครงการฯ ที่จังหวัดปัตตานีในครั้งนี้ มีการมอบรถจักรยานแก่เด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และเด็กผู้ด้อยโอกาส ในจังหวัดปัตตานี จำนวน 500 คัน จังหวัดยะลา และนราธิวาส อีกจังหวัดละ 500 คัน เพื่อให้เด็กๆ ดังกล่าว นำไปใช้เป็นยานพาหนะไปโรงเรียน และใช้ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ สำหรับเด็ก อาทิ กิจกรรมคาราวานเด็ก การเล่นเกม การมอบของขวัญ ฯลฯ อีกด้วย.

รองเท้าผ้าใบ

ทบ.ย้ำ! เคลื่อนรถถังแค่งานวันเด็ก




"กองทัพบก" แจ้ง 9 ม.ค. เคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์เข้ากรุงเทพฯ จัดงานวันเด็กแห่งชาติ วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวลือ...

เมื่อ วันที่ 6 ม.ค. 57 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.(หญิง) ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ในวันที่ 9 ม.ค. 57 กองทัพบกจะทำการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์จำนวนมาก จากหน่วยทหารที่มีที่ตั้งใน จ.ราชบุรี จ.ปราจีนบุรี จ.ลพบุรี และในบางเขตของ กทม. เพื่อเตรียมจัดงานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2557
ทั้งนี้ จะมีการเคลื่อนย้ายไปจัดแสดงใน 2 พื้นที่ของกองทัพบก ได้แก่ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เขตสนามเป้า กทม. และกองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. โดยจะเคลื่อนย้ายในเวลา 11.00-12.00 น. และการเคลื่อนย้ายเฮลิคอปเตอร์ จาก จ.ลพบุรี มายังกองพลทหารม้า รักษาพระองค์ ในเวลา 19.00-22.00 น.
นอกจากนี้ ยีงมีการเคลื่อนย้ายยานเกราะล้อยาง รถถัง ปืนใหญ่ รถลาดตระเวน (ฮัมวี่) รถกู้ภัย รถสายพานอเนกประสงค์ รถเกราะล้อยาง REVA จากหน่วยทหารในพื้นที่ จ.ราชบุรี จ.ลพบุรี จ.ปราจีนบุรี และเขตดุสิต, เขตพญาไท, เขตหลักสี่ กทม. ไปยังสถานที่จัดงานวันเด็กทั้งสองแห่ง โดยเส้นทางการเคลื่อนย้ายผ่านถนนต่างๆ ได้แก่ ถ.เพชรเกษม, ถ.ปิ่นเกล้านครชัยศรี, ถ.วิภาวดีรังสิต, ถ.ทหาร, ถ.พหลโยธิน, ถ.ประดิพัทธ์, ถ.แจ้งวัฒนะ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม กองทัพบกจะเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์กลับที่ตั้งหน่วยทหารเดิม หลังจากจบกิจกรรมวันเด็กแล้ว ในวันที่ 11 ม.ค. 57 ในเวลาตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป และจะเดินทางกลับตามเส้นทางเดิม จึงแจ้งมายังประชาชนให้รับทราบ และอย่าหลงเชื่อข่าวลือที่เกิดขึ้น.

รองเท้าผ้าใบ